ทำไม “ตอนเด็ก” ผมถึงไม่ชอบเดินทาง

Last updated: Oct 2, 2017  |  597 Views  |  Blog

ทำไม “ตอนเด็ก” ผมถึงไม่ชอบเดินทาง

การเดินทาง ทำให้ผม มองเห็นโลกได้กว้างขวาง มากยิ่งขึ้นจึงหรือ

ตอนเด็ก ผมนึกเสมอว่า (จะต้องได้ดูการ์ตูน หรือ หนัง จักร ๆ วงๆ ) ก่อนจะทำสิ่งอื่นใด การเดินทางของผมสมัยนั้น คือ จันทร์-ศุกร์ ไปโรงเรียน และ เสาร์ - อาทิตย์ ไปทำงานกับคุณพ่อและคุณแม่ ที่ไร่บ้าง ที่สวนบ้าง หรือ ถึงเวลาทำนา ก็ทำนา เอาเป็นว่าชีวิต วัยเด็ก ผ่านอะไร เหมือนผู้ใหญ่ทำมาเยอะ (แค่ว่าผมไม่สามารถ) เป็นคนตัดสินใจคนสุดท้าย (มันคือความสุข ที่ไม่ต้องการอะไรมาก จะเรียกว่า “จน” ก็เห็นจะไม่ผิดอะไร (เราก็เชื่ออย่างนั้นมาตลอดว่า “ความจน คงไม่อยู่กับเรานานหรอก”)

เมื่อเวลาล่วงล้ำผ่านไป การเติบโต เติบใหญ่ ทั้งร่างกายและจิตใจ กับงานรอบข้าง (มีช่วงต้องดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ระหว่างนั้น ก็มีช่วงให้ตัดสินใจอะไรบ้างอย่างด้วยตนเองอยู่เรื่อย ๆ) ผมถึงมา วิเคราะห์ ว่า ทำไม ช่วงนั้น เราไม่คิดจะเดินทางไปที่ไหน ไปหาอะไรใหม่ ๆ จากที่อื่นบ้าง (เพื่อนผมบางคน พอมีอันจะกินหน่อย ก็ได้ไปดูงานต่างประเทศ ไปร่ำเรียนหนังสือ มีสังคมตะวันตก พูดภาษาอังกฤษต่อยหอย) ไม่ใช่ว่า ผมไม่คิดครับ ผมคิดมาตลอด แต่ช่วงเวลานั้น ความลำบากหลาย ๆ ด้าน ที่ไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะเรื่องเงิน (เป็นเรื่องสำคัญ) ผมจึงไม่ค่อยคิด และ ไม่มีได้มีโอกาสมากสักเท่าไหร่

เมื่อสู่ช่วงปั้นปลายชีวิต ด้วยวัยทำงานหรือทำธุรกิจเต็มที่ รูปแบบ วิธีการ ดำเนินการ ไม่ได้แตกต่าง จากช่วงชีวิตเริ่มต้น ยัน โต เท่าไหร่นัก นั่นก็คือ

จะทำอะไรก็ตาม “เงิน” มีอิทธิพล ไปทุก ๆ ด้าน (นี่คือปัญหา และ เป็นโจทย์ชีวิต) ที่ไม่เคยมีในตำราเรียน

เท่าที่ผมเรียนมา มีแต่เรื่อง จัดการเงินอย่างไร ทุนเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ จะเอาเงินซื้ออะไรดี งบดุล งบกำไรขาดทุน

มีคำกล่าวไว้ว่า “เงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ทุกอย่างเริ่มต้นที่เงิน”

พอเห็น โจทย์ เป็นดังเช่นนี้แล้ว เราควรทำอย่างไร ทำไม ทำไม ทำไม เราไม่มีเงิน

ผมได้ ศึกษา Business Model นี้ ไว้พอสมควรกับเรื่อง การนำความเชื่อ และ จินตนาการ กับการสร้างงาน รูปแบบใหม่

เมื่อมีคนมาบอกหรือมาเล่าอะไรให้ฟัง “คนส่วนใหญ่ จะบอกไม่เชื่อหรอก” ไหน ๆ ลองเล่าดิ ประมาณนี้

การเริ่มบอกให้คนเชื่อและยอมรับ “เตรียมใส้แห้ง ได้เลย” สำหรับธุรกิจ ครับ สิ่งที่เขาถามกลับ คุณทำอะไรอยู่ เคยทำอะไรมาบ้าง เคยผ่าน หรือ มีประสบการณ์ อะไรบ้าง หรือ มี Portfolio ไหม (ก็เพิ่งเริ่มทำงาน จะไปเอาประสบการณ์อะไรมาจากไหนล่ะ เชื่อไหม ว่าทำได้) คำตอบ ไม่เชื่อหรอก

ปัญหาเริ่มต้น จากความไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ทำให้ผม “เริ่มต้น Business Model” จากคำว่า “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” (ไม่ใช่ครับ นี่สโลแกน ท่าน สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง) ไม่มี ไม่มี ไม่มี

ผมเดินเข้าหางานทุกรูปแบบ เพื่อบอกว่า ผมจะทำแบบนี้ ผมจะทำวิธีการนี้ ผมจะทำลักษณะนี้ แล้วคุณกับผมมาช่วยกันทำ คุณต้องการอะไร ผมต้องทำ ต้องเตรียมอะไร

ถ้าผมเตรียมความพร้อม เรื่องปัญญา ผมอยากให้คุณ เตรียมความพร้อม เรื่องสภาพจิตใจ และ เงินทอง (จำนวนหนึ่ง) แล้วเราจะไปพร้อมกัน

ทุกวันนี้ ผมเดินทางไปทุกจังหวัดในประเทศไทย (ขออภัย) 3 จังหวัด ไม่มีโอกาสได้เดินทางไปนะครับ (ไม่ใช่ว่ากลัว หรือ อะไรทั้งนั้นครับ) แค่ผมคิดว่า ที่ตรงนั้น มันไม่เหมาะกับผมครับ

ผมเริ่มเดินทางไปสู่พื้นที่ “ตั้งแต่ เริ่มทำธุรกิจกัน” ผมจะใช้เวลาในการเอาใจใส่ กับรายละเอียด ที่ผมได้เตรียมไว้ และนำเสนอในรูปใหม่ เพื่อเป็น “ทางเลือก” ให้กับ เจ้าของธุรกิจ Start UP หรือ SME ไทย

ล่าสุด ผมได้เดินทางไปจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ด่านขุนทด (แต่ไม่ทันไปกราบไหว้หลวงพ่อคุณครับ) ผมเห็นความเจริญในพื้นที่ และศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ไฟแรง ที่สร้างแรงบันดาลใจ จากความเชื่อจริง ๆ

Business Model นี้ คือ
1. ใช้พื้นที่ คุณพ่อ คุณแม่ เปิดร้านขายของสมัยดังเดิม ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม มุ่งสู่ ธุรกิจแนวใหม่
2. สร้าง Land Mark ให้กับร้าน
3. ปรับเทรน และ ฐานลูกค้า ให้เกิดความเชื่อมั่นสูงสุด
4. สร้างบรรยากาศ และ ยกระดับร้านค้า นอกห้างฯ ให้เป็นที่รู้จัก

ผมเข้าไปสัมผัส แว๊ปแรก เป็นร้านขายของโชห่วย (เครื่องมือเกษตร) ในยุคเดิม และ ได้พูดคุยกัน ถึงความเปลี่ยนแปลง แบบ มหัศจรรย์

สิ่งที่ผมจะทำ และ ตกลง กันว่า เราจะเปลี่ยนแปลง
1. ผมจะทำห้างฯ เล็ก ๆ Mini Shopping Mall
2. ร้านค้า ระดับ VIP ในอำเภอเล็ก ๆ แห่งนั้น
3. Re-Branding สร้างแบรนด์ให้แข็งแรง
4. ลูกค้าที่เข้ามาสัมผัส บรรยากาศ จะถูก Take Care เป็นอย่างดี

นี่คือ เหตุผล ทำไม ทำไม ทำไม ผมต้องเดินทางไปดูงาน ต่างจังหวัด ในประเทศไทย ด้วยตนเอง ทุกครั้ง (ความสุข จนถึง วันนี้ มันอาจจะไม่ใช่เงิน เสมอไป แต่ต้อง ใช้เงินตลอดกาล)