ทำไม บทเพลงเพื่อชีวิต ยิ่งเก่ายิ่งเรียก ตำนาน

Last updated: Oct 2, 2017  |  1145 Views  |  Blog

ทำไม บทเพลงเพื่อชีวิต ยิ่งเก่ายิ่งเรียก ตำนาน

ชื่อนี้มันบอก อะไรแบบตรงไปตรงมา
เราทำเพื่อชีวิตใคร หรือเราทำเพื่อชีวิตตัวเองกันแน่

แค่ผมอยากรู้ว่า ทำไมต้อง“เพื่อชีวิต” เขากำลังสื่อถึงอะไรในยุคในช่วงนั้น

เพราะตั้งแต่เด็ก ผมจำได้ว่า ผมหัดทำกีต้า จากไม้ต้นนุ่น พยามยามมาดัดแปลง
และจิตนาการให้คล้ายกับกีต้า ที่มีรูปร่างหน้าตา ที่ทุกคนคุ้นเคยกัน ใช้สายเบรคลวดจักรยาน
6 สาย (แต่ละสาย ขนาดเท่ากันเป๊ะๆ) อาศัยขึงให้ตึงต่างระดับกันแค่นั้น (พยายามว่ามันน่าจะใช้)
เล่นกับเพื่อน 2-3 คน (Feeling ตอนนั้น ยิ่งกว่า เสก อีก) แถมยังทำแสงสี ใส่กระป๋องนม กระป๋อง ปลากระป๋อง
กับถ่านไฟฉาย เราจำได้ดีเราใช้ชีวิตบ้านนอกทั้งหมดเท่าที่มี มาสรรสร้างอะไรแบบเด็กๆ

เรามาดูว่า เขา นิยาม เพื่อชีวต ไว้ว่าอย่างไร
เพลงเพื่อชีวิต แต่แรกเริ่มหมายถึงเพลงที่มีเนื้อหากล่าวถึงชีวิตของคน โดยเฉพาะคนชนชั้นล่าง กล่าวถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิต การถูกเอารัดเอาเปรียบ เพลงในแนวเพื่อชีวิตในยุคนี้

เพลงเพื่อชีวิตตัวเอง ในประเทศไทยเริ่มเฟื่องฟูเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

โดยแพร่หลายช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 (ผมยังไม่เกิดเลย) มันมีมานานขนาดนั้นเลยรึ

โดยเนื้อหาของเพลงไม่จำกัดเฉพาะชีวิตของคนชั้นล่างอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเรียกร้อง
ประชาธิปไตยและการเหน็บแนมการเมือง

โดยคำว่า "เพลงเพื่อชีวิต" นั้น มาจากคำว่าศิลปะเพื่อชีวิต หรือวรรณกรรมเพื่อชีวิต ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่ว่าถึงชีวิตและการต่อสู้ของมนุษย์ในสังคม ในยุคนี้เพลงเพื่อชีวิตเฟื่องฟูมาก จนอาจกล่าวได้ว่าเป็น "วรรณกรรมเพื่อชีวิต"

โดยวงดนตรีเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียง ได้แก่ คาราวาน, แฮมเมอร์, โคมฉาย เป็นต้น ความนิยมในเพลงเพื่อชีวิตไม่ได้เป็นเพียงกระแสในห้วงเวลานั้น หากแต่ยังได้รับความนิยมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวงดนตรีและนักร้องเพลงเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน เช่น คาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, อินโดจีน, คนด่านเกวียน, มาลีฮวนน่า, โฮป, ซูซู, ตีฆอลาซู เป็นต้น

ส่วนตัวผมชื่นชอบ คาราบาว มาก (ถึงขั้นเป็นสาวก ตามติด เวลามีคอนเสิร์ตตามร้านอาหาร หรือ คอนเสิร์ต 25 ปี 30 ปี เป็นต้น) เช่น เมดอินไทยแลนด์ มารวมกันร้องบรรเลย บัวลอย ประมาณนี้

หลาย ๆ เพลง ที่แต่งจากชีวิตจริง หรือ เหตุการณ์จริง ผ่านช่วงเวลาของชั่วชีวิตคน ทำให้ผมเข้าถึงเพลงและธรรมชาติเพลงได้ง่ายๆ

เพื่อนผม เคยยกตัวอย่างใกล้ตัวให้ฟังว่า “ฉันจนไม่มีคนมองเห็น จึงก่อกรรมทำเวรด้วยจำใจ” ทั้งจนทั้งจำใจ
ผมเรียนรู้ และ ผ่านเวลาช่วงนั้น “อย่างแสนเจ็บปวด” จึงบอกกับตัวเองในช่วงนั้นว่า “ไม่มีอะไรต่ำไปกว่านี้แล้ว”
อุปสรรคอะไรที่เข้ามาเราจะต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย

เลือกเอา ผมด้วยวัย 40 ปีต้น ๆ เราจะเลือกเป็น สองเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่ อย่างไร
ผู้เฒ่าทองคำ กับ ผู้เฒ่าลำไผ่

วันนี้ สิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุด คือ อยากสร้าง SME ให้กับคนสู้ชีวิตทุกคน ด้วยแนวทาง กับพื้นที่ชานเมือง
เพื่อให้ธุรกิจ ที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง สามารถเดินก้าวผ่าน คำว่า เศรษฐกิจแย่ การเมืองไม่นิ่ง ทำตัวเหมือน ยุคหนึ่ง ที่บอกว่า เพื่อชีวิต ผ่านมาได้อย่างไร

ผมได้สร้าง Business Model ตัวนึง ซึ่งผมคิดว่า เร็ว ๆ นี้ จะได้นำมาใช้ สำหรับผู้ที่สนใจจริง ๆ (เหมือนผมสนใจเนื้อหาของเพลงชีวิต) เข้ามาร่วมทำ และ สร้างกิจกรรม ด้วยแรงใจและแรงบันดาลใจ

ในยุค ที่เราพึงพาอาศัยอะไรไม่ได้ (เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย) ทำให้ไม่นิ่ง ๆ เราจะไม่ใช่แกนกลาง สำหรับตัวเองอีกต่อไป เราจะเป็นได้แค่แรงโน้มถ่วง (จากรอบข้าง)

"เมื่อคุณแหงนหน้ามองฟ้าและเอื้อมมือไปเพื่อจะคว้าดาว ถึงแม้...อาจจะไม่มีดาวซักดวงติดมือมาอย่างที่ต้องการ แต่ขอให้รู้เถอะว่า...สิ่งที่คว้าได้ ยังไงซะก็ไม่ใช่ ดิน"